วันอาทิตย์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2556
ต่างชาติมองไทยน่าลงทุนที่สุดในอาเซียน - ข้อเสียคือการเมือง
โพล ชี้ ต่างชาติมองไทยน่าลงทุนที่สุดในอาเซียน ในปี 2556 นี้ เพราะมีทรัพยากรและนโยบายที่พร้อม แต่มีข้อเสีย คือ เสถียรภาพทางการเมืองและการทุจริตฉุดรั้งประเทศเอาไว้
วันนี้ (9 มกราคม) นางสาวปุณฑรีก์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์วิจัยด้านนโยบายสาธารณะเพื่อกิจการอาเซียน สำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลวิจัยเรื่อง โอกาสและจุดแข็งของประเทศไทยต่อบรรยากาศการลงทุนในอาเซียน ปี 2556 ตามสายตาของชาวต่างชาติ โดยกลุ่มตัวอย่าง เป็นชาวต่างชาติที่มีความเข้าใจในประเทศไทย และประเทศอื่น ๆ ในอาเซียนอย่างน้อย 5 ประเทศ โดยผลการสำรวจกล่าวโดยสรุปเป็นดังนี้
จากคำตอบของแบบสอบถาม นับ ได้ว่าประเทศไทยเป็นประเทศลำดับต้น ๆ ของอาเซียนที่ชาวต่างชาติมองเห็นโอกาสในการลงทุนปี 2556 เนื่องจากมีทรัพยากรที่พร้อมทั้งในด้านวัตถุดิบและกำลังคน มีนโยบายที่ดี เอื้อต่อการลงทุน แต่ข้อเสียของประเทศไทยที่สู้ประเทศอื่นในอาเซียนไม่ได้ คือ ความมีเสถียรภาพทางการเมืองและปัญหาการทุจริต
เมื่อประเทศไทยไม่มีเสถียรภาพทางการเมือง ผลัดเปลี่ยนรัฐบาลบ่อย ๆ ทำให้นโยบายต่าง ๆ ที่วางไว้ไม่นิ่ง เป็นความเสี่ยงอย่างสูงตามสายตาของนักลงทุน ขณะที่ปัญหาการทุจริต หากประชาชนคนไทยไม่มีกำลังต้านมากพอ และปล่อยให้มีการทุจริตอย่างกว้างขวาง โอกาสที่ประเทศไทยจะพัฒนาไปไกลกว่าที่เป็นอยู่ก็คงเป็นไปได้ยาก
นายกฯ ถกสุดยอดอาเซียน คุยเศรษฐกิจ เตรียมเข้า AEC
วันนี้ (20 พฤศจิกายน) นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนไทย ถึงผลการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 21 และการประชุมอื่น ๆ ที่ประเทศกัมพูชา ตั้งแต่วันที่ 18-21 พฤศจิกายน มีใจความสำคัญดังนี้
ในประเด็นด้านเศรษฐกิจทุกประเทศเห็นว่า ควรร่วมกันผลักดันการค้าเสรีที่เป็นธรรมแก่ทุกประเทศ แม้ว่าแต่ละประเทศอยากจะให้เศรษฐกิจในภูมิภาคเติบโต ก็ต้องให้ความสำคัญแก่โครงสร้างพื้นฐานของแต่ละประเทศด้วยเช่นกัน รวมถึงกฎระเบียบต่าง ๆ ของการค้าตามแนวชายแดน เพื่อทำให้ประเทศเราและเพื่อนบ้านสามารถเติบโตควบคู่กันได้ ซึ่งการประชุมครั้งนี้ จะเป็นการตรวจความพร้อมของทุกฝ่ายว่า มีสิ่งใดที่แต่ละประเทศยังขาด ก่อนเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน พ.ศ. 2558
นอกจากนี้ นางสาวยิ่งลักษณ์ ยังได้ประชุมตรวจความพร้อมในการรองรับภัยพิบัติของอาเซียนด้วย โดยจะเน้นถึงวิธีการรับมือและการสำรองอาหาร ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีการพูดคุยถึงการแก้ปัญหาความสงบในแต่ละภูมิภาค ที่จะต้องตั้งกฎต่าง ๆ เป็นกติกาในการทำงานร่วมกันภายหลัง แต่ถึงอย่างไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนพอใจในภาพรวมของการประชุม เนื่องจากที่ผ่านมาเห็นการเติบโตเศรษฐกิจของไทยแบบยั่งยืน อย่างไรก็ตาม ก็ต้องเร่งเชื่อมโยงความสัมพันธ์ในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะการค้า การลงทุนระหว่างอาเซียนด้วยกันเองด้วย เพื่อทำให้ภูมิภาคเกิดความแข็งแรงและยั่งยืนต่อไป ควบคู่ไปกับการพัฒนาความสัมพันธ์กับประเทศที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ เช่น สหรัฐฯ เกาหลีใต้ จีน อินเดีย ไปด้วย
นางสาวยิ่งลักษณ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า อาเซียนกับจีน มีความเห็นตรงกันที่จะปฏิบัติตามปฏิญญาว่าด้วยความร่วมมือทางทะเลจีนใต้ ซึ่งเป็นเรื่องของกรอบความร่วมมือการเดินเรือ เพื่อทำให้เกิดการค้าการลงทุนแบบยั่งยืน
วันอาทิตย์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2556
อาเซียน
ยินดีต้อนรับสู่อาเซียน
"One Vision, One Identity, One Community"
หนึ่งวิสัยทัศน์ หนึ่งอัตลักษณ์ หนึ่งประชาคม
หนึ่งวิสัยทัศน์ หนึ่งอัตลักษณ์ หนึ่งประชาคม
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)



